3 เหตุผลที่ ผู้เข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยม ยูฟ่า จะไม่มี โด้-เมสซี่

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือ ยูฟ่า ประกาศรายชื่อนักเตะเข้าชิงรางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีประจำฤดูกาล 2019/20 ออกมาเรียบร้อยแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของรางวัล พีเอฟเอ ในศึก พรีเมียร์ลีก ครั้งล่าสุด กองกลางที่มีทั้งพลังและความสามารถคว้ารางวัลไปแบบไม่ค้านสายตา แต่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า จะไร้เงา โด้-เมสซี่ ในปีนี้

ปี 2019 เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ เข้าชิงรางวัลพร้อมกับ เมสซี่ และ โรนัลโด้ ใน 3 คนสุดท้าย แต่แนวรับอันแข็งแกร่งจนเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของแข้งดัตช์เข้าตาอย่างไม่มีใครกล้าค้าน

มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูจาก บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนียวแน่น ในบรรดา 4 ลีกดัง ไม่นับฝรั่งเศสที่ชิงมอบแชมป์ให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปก่อน บาเยิร์น เสียประตูในลีกน้อยกว่า เรอัล มาดริด เพียงทีมเดียว

ขณะที่ตัวเต็งอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไม่ต้องบอกเลยว่าความสามารถในการยิงของเขาทำให้เขากลายเป็นที่จับตาสุดขีด

เนื่องจาก บัลลงดอร์ไม่ประกาศรางวัลในฤดูกาล 2019/20 ด้วยเหตุผลเรื่องโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เป็นการยากที่จะตัดสินมอบรางวัล ดังนั้นรางวัลจากยูฟ่า จึงกลายเป็นรางวัลใหญ่ในภาคพื้นยุโรปที่บรรดานักข่าวสำนักต่างๆ จะลงคะแนน รวมกับผลโหวตจากกุนซือ 80 สโมสร

ที่ได้ลงเล่นตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มทั้ง แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก ตัดสินผลงานทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ที่เมื่อ ยูโร 2020 โดนเลื่อนออกไป ก็จะเหลือเพียงเกมระดับลีกและสโมสรยุโรปเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจเหนืออื่นใดคือ 3 ผู้เข้าชิงในครั้งนี้แปลกตากว่าที่เคย

เลวานดอฟสกี้ เป็นตัวเต็งจาก 15 ประตูใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นที่แล้ว และอีก 34 ประตูในบุนเดสลีกา เป็นคีย์แมนในการคว้า เทรเบิ้ลแชมป์ให้ บาเยิร์น

ไม่มีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ นี่คือสัญญาณบางอย่าง แต่หากไปไล่ดูผู้เข้าชิง 10 คนสุดท้าย เมสซี่ ยังอยู่ในอันดับ 4 ด้วยฝีเท้าที่ยังไม่ตกลงไปมาก และพรสวรรค์กับผลงานที่สั่งสมมา

เช่นเดียวกับ โรนัลโด้ ที่ไม่หลุดท็อปเท็น เกาะอยู่อันดับ 10 พอดิบพอดี แต่ความดีในอดีตไม่สามารถนำมาตัดสินปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีเหตุผลที่พวกเขาทั้งสองเข้าไม่ถึงท็อป 3 ในฤดูกาลก่อน

มาตรวัดจำนวนประตู

โรนัลโด้ ยังคมกริบยิง 31 ประตูใน เซเรีย อา เมื่อฤดูกาล 2019/20 แต่เป็นรอง ชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวซัลโวที่ซัดไป 36 ประตู

เมื่อย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โรนัลโด้ สามารถสร้างผลงานเตะตาแฟนๆ ทันทีจากการเป็นตัวริมเส้นที่แข็งแกร่ง มีทักษะความสามารถหลากหลาย และยังสลับตำแหน่งไปเป็นกองหน้าได้ เขาไม่ใช่แค่ตัวริมเส้นที่คอยลากเลื้อย แต่ยังยิงไกล ยิงจุดโทษ แม่นยำราวจับวาง เป็นความหวังของทีมอยู่เสมอ

ฤดูกาล 2014/15 โรนัลโด้ ลงสนาม 54 เกมรวมทุกรายการ ยิงได้ 61 ประตู มากที่สุดในอาชีพต่อฤดูกาล พ่ายแพ้ให้กับ เมสซี่ ที่คว้ารางวัลไปครอง เนื่องจาก บาร์เซโลน่า คว้า เทรเบิ้ลแชมป์ แต่ค่าเฉลี่ยการยิงต่อเกมนับแบบถ้วนๆ มากกว่า 1 ประตูต่อเกม แม้ก่อนจากมา โดนจับนั่งสำรองบ้าง ลงสนาม 44 เกมยังยิงได้ 44 ประตู

เมสซี่ ยิง 25 ประตูใน ลา ลีกา ครึ่งหนึ่งของฤดูกาล 2011/12 ที่เคยทำได้มากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำฤดูกาล 2019/20 ไปครอง

เมสซี่ คือเครื่องจักรผลิตประตูขนานแท้ ฤดูกาลที่เขายิงได้มากที่สุดเกิดขึ้นในซีซั่น 2011/12 ลงสนาม 60 เกม ยิงได้ 73 ประตู พรสวรรค์ของเขาล้นเหลือ สะกดสายตากองหลัง ไม่ว่าใครเข้าประกบก็ได้แค่ยืนมอง คิดอะไรไม่ออกก็แค่ส่งให้ เมสซี่

และด้วยทีมที่สมบูรณ์ทุกตำแหน่งถึงขนาดเกิดวลีว่า “บาร์ซ่า ชุดนี้ใครคุมก็ชนะ” แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับไม่ได้รางวัลในฤดูกาลนั้น เนื่องจาก ยูโร 2012 ผลงานในทีมชาติสเปนของ อันเดรส อีเนียสต้า ทำให้เขาได้คะแนนเหนือกว่าแบบเฉือนไปนิดเดียว

สิ่งที่คล้ายคลึงกันระหว่างทั้งคู่ก็คือ ในซีซั่นที่ยิงได้มากที่สุด พวกเขากลับไม่ได้รางวัลไปครอง แม้การถล่มประตูจะเป็นมาตรวัดสำคัญและเป็นสิ่งที่แข่งขันกันมาตลอด แน่นอนว่ายังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีก

 

ผลงานใน แชมเปี้ยนส์ ลีก โด้-เมสซี่ ตกรอบไว

เมมฟิส เดปาย ยิงประตูขึ้นนำให้ ลียง ทำให้งานของ ยูเวนตุส ยากลำบาก และกลายเป็ฯฝ่ายพ่าย จอดป้ายที่รอบ 16 ทีม

ยูเวนตุส เป็นทีมที่อกหักมากครั้งที่สุด เข้าชิง 6 ได้ไปเพียง 2 พวกเขาเหมือนทีมต้องสาป การมาของ โรนัลโด้ จึงเป็นความหวัง และดูเหมือนโอกาสน่าจะเป็นของพวกเขาเมื่อเกมการแข่งขันหดสั้นเหลือแค่น็อคเอาท์ ตีหัวเข้าบ้าน เล่นเกมรับเหนียวแน่นเป็นสไตล์ของทีมจากอิตาลี

ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ฤดูกาล 2019/20 พวกเขาเจ็บปวดยิ่งกว่านั้น เกมขากลับในรอบ 16 ทีมที่ค้างอยู่ พวกเขาเอาชนะ โอลิมปิก ลียง 2-1 แต่ไม่พอ โดนกฎประตูทีมเยือนเล่นงาน ร่วงไวเกินคาด และใน 8 เกมนั้น โรนัลโด้ ยิงได้ 4 ประตู

ไม่มีใครอยากเชื่อว่า บาร์เซโลน่า พ่าย บาเยิร์น มิวนิค 8-2 เป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดตลอดกาลอีกครั้งหนึ่งในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปด้วยความต่าง 6 ประตู

บาร์เซโลน่า ยังเป็นตัวเต็งที่น่าสนใจ ฤดูกาลก่อนหน้า พวกเขาแพ้ให้กับทีมที่ครบพร้อมอย่าง ลิเวอร์พูล ในรอบรองชนะเลิศ และยังหวังจะแก้มือ รอบ 16 ทีมเอาชนะ นาโปลี รวม 4-2 แม้เสียไปแต่ก็ยิงได้มาก เกมในรอบก่อนรองชนะเลิศกับ บาเยิร์น จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง แต่มันกลายเป็นเกมที่จืดสนิท

เมื่อ บาเยิร์น ยิงขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 4 แม้ ดาวิด อลาบา ผิดพลาดในอีก 3 นาทีถัดมา แต่ “เสือใต้” รัวยิงไม่หยุดยั้ง จบครึ่งแรกนำถึง 4-1 เกมเดินต่อในครึ่งหลัง แต่ บาร์เซโลน่า ม้วนเสื่อกลับบ้านด้วยความพ่ายแพ้หมดรูป 8-2  เกมนั้น เมสซี่ ไม่ได้ยิง และลงสนาม 8 เกมตลอดรายการ ยิงเพียง 3 ประตู

อันที่จริง ผลงานในลีกสามารถนำมานับรวมได้ แต่สำหรับทีมผูกขาดความสำเร็จแบบ ยูเวนตุส การได้แชมป์ดูไม่มีอะไรน่าเร้าใจ แม้เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากที่สุดในรอบ 9 ปี ด้วยช่องว่างแคบลง ยิงน้อยเสียมาก ขณะที่ บาร์เซโลน่า ก็รักษาระดับอยู่หัวตาราง และโดน เรอัล มาดริด ฟาดแชมป์เอาไป ผลงานในประเทศของพวกเขาก็ดูเหมือนยังดี แต่มาตัดกันที่เวทียุโรป

 

หมดยุค โด้-เมสซี่

มาทีหลัง ไปก่อน! หลุยส์ ซัวเรซ อำลา บาร์เซโลน่า เรียบร้อยแล้ว และทิ้งท้ายให้คนที่ยังอยู่เจ็บหัวใจว่า โรนัลด์ คูมัน ไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนแปลง ในเวลาที่ทีมต้องการการเปลี่ยนแปลง

นี่เป็นคำที่ดูโหดร้าย ทำร้ายจิตใจของทั้งนักเตะและแฟนๆ แต่ก็เป็นธรรมชาติ เก่าไปใหม่มา ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า วินาทีที่ โรนัลโด้ เลือกจะก้าวออกจาก เรอัล มาดริด เขาก็คงชั่งใจไว้แล้ว นอกจากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ก็คงมองหาที่ที่จะเซฟตัวเองไปด้วย

และ เซเรีย อา ก็น่าท้าทาย น่าสนใจ นี่อาจเป็นเรื่องที่เขาเตรียมใจมาแล้วกับตัวเองในวัย 34 ปี แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไมเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกว่า เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยม ยูฟ่า มาแล้ว 3 สมัย

ขณะที่ เมสซี่ เขารู้ตัวดีว่าถึงเวลาที่ทุกอย่างต้องเปลี่ยน เขาควรให้โอกาสเด็กหน้าใหม่ๆ ที่ บาร์เซโลน่า เลิกเป็นตัวแบกความหวัง และได้ทำอะไรที่ท้าทายในวัย 33 ปี ตามหาความสำเร็จในลีกอื่น ต่อให้ต้องติดขัดไปบ้าง แต่เขาก็พร้อม และเขาอาจจะอิ่มเอมกับความสำเร็จมากมายจนเกินไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นความยอดเยี่ยมของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และเขายังเคยเป็นเจ้าของรางวัลนี้ 2 สมัย

10 ปีผ่าน การต่อสู้อันยาวนานของ เมสซี่ และ โรนัลโด้ อาจเปลี่ยนไปกลายเป็นนักเตะคนอื่นขึ้นมาแทน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้เราอาจเคยเห็นคู่ปรับที่สูสี แม้ไม่เท่าคู่นี้ แต่ในท้ายที่สุดถึงวันที่ทั้งคู่อำลาอาชีพพ่อค้าแข้ง ก็คงไม่มีใครลืมว่าพวกเขาต่างก็เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา ทางเข้า sbo


และทั้งหมดนี้ก็คือ ข่าวบาร์เซโลน่า อัปเดต ล่าสุด ที่เราได้นำมาเสนอกัน ใครอยากอ่าน ข่าวฟุตบอล ที่เกี่ยวข้องกับ ลีโอเนล เมสซี่ คลิกเลย