เจาะลึกประเด็น หาก เมสซี่ย้ายไปพรีเมียร์ลีก

ข่าวลือเรื่อง เมสซี่ย้ายไปพรีเมียร์ลีก และขอแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ของ Leonel Messi ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในช่วงฤดูร้อนปี 2020 ก็ว่าได้ หลังจากเติบโตมาในทีมเยาวชนจนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่รวม 19 ปี คงไม่มีใครคิดว่าเขาจะจากไปในวันที่ยังเป็นเสาหลัก

แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ถ้าจำเป็นต้องจาก เขาไม่ได้จากไปอย่างผู้แพ้ แต่ไปอย่างมีเกียรติและยังมีอีกหลายทีมให้ความสนใจ

เรื่องค่าตัวของ เมสซี่ ยังไม่มีความแน่ชัด แต่ค่าเหนื่อยหลังหักภาษีปีละ 70 ล้านยูโร (2,590 ล้านบาท) ทำให้เป็นไปได้ว่ามีอยู่ไม่กี่ทีมที่พร้อมจ่าย

ไม่ว่าสโมสรแห่งใหม่จะเป็นที่ไหน พวกเขาก็ล้วนอยากทุบคลังเพื่อสัมผัสประสบการณ์และความสำเร็จจากปลายเท้าของ เมสซี่ แม้ยังมีคำถามว่า ในวัย 33 ปี เขายังเป็นเบอร์หนึ่งของโลกหรือไม่ และยังมีอะไรที่เขาทำได้อีกบ้าง มีอะไรที่แฟนๆ ทีมใหม่จะคาดหวังได้

 

หาก เมสซี่ย้ายไปพรีเมียร์ลีก จะไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นี่อาจเป็นเพียงไม่กี่ทีมในโลกที่สามารถแบกภาระค่าจ้างได้ ว่ากันด้วยเรื่องเงิน ซิตี้ มีท่านชี้ค มานซูร์ หนึ่งในมหาเศรษฐีของโลกพร้อมที่จะทำวิธีการใดก็ได้ ฉีดเงินเข้าสโมสร ถ่ายเทเป็นค่าจ้าง

แต่ ยูไนเต็ด ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อตระกูลเกลเซอร์ที่เป็นเจ้าของทีม ยังเป็นเจ้าของ แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับ ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็คระดับตำนาน อาจเรียกได้ว่าเป็น เมสซี่ แห่งโลกอเมริกันฟุตบอล เข้ามาร่วมทีม สัญญา 2 ปี 50 ล้านเหรียญ (1,500 ล้านบาท) แปลว่าพวกเขาก็น่าจะใช้โมเดลเดียวกันได้ ถ้าต้องการ

 

ตำแหน่งที่ ซิตี้ ต้องการมากที่สุดในตอนนี้อาจเป็นกองหลังสักราย แต่เพลย์เมกเกอร์ หรือตัวริมเส้นก็ยังต้องการเพื่อทำเกมแทน ดาบิด ซิลบา และ ลีรอย ซาเน่ ที่ย้ายออกไป เมสซี่ มีความสามารถมากกว่ายิงประตู เป็นอีกแข้งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

เอ็ด วู้ดวาร์ด ซีอีโอ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันหนักแน่น แม้ทีมอื่นเผชิญภาวะการเงินวิกฤตแต่ผู้สนับสนุนที่เข้ามา เขาอ้างว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ความหมายแฝงก็คือไม่มีปัญหาการเงินมากขนาดนั้น

เพียงแค่ เมสซี่ อาจไม่ใช่คำตอบ เมื่อเป้าหมายหลักยังเป็น จาดอน ซานโช และการสร้างทีมเด็ก ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเพิ่งพ้นคดีการถ่ายเททรัพย์สิน ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีข้อควรระวังที่การใช้เงินจำนวนมาก อาจผิดกฎ ยูฟ่า ไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ อีกครั้งหรือไม่

 

ทางเทคนิค วัดกันชัดๆ ก็ต้องยอมรับว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือที่เคยร่วมงานมีทั้งประสบการณ์และความสำเร็จ มีความเป็นไปได้ที่จะช่วยกันสานฝันให้ไปถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้อายุมากขึ้น แต่ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ

หลังจาก กวาร์ดิโอล่า อำลา บาร์เซโลน่า เมสซี่ ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้งในปี 2015 กับ หลุยส์ เอ็นริเก้ ขณะที่เจ้านายเก่าไม่เคยทำได้แม้อยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่เพียบพร้อม ดังนั้นการกลับมาพบกันน่าจะเป็นเรื่องดีๆ ของทั้งคู่ ในภาวะแวดล้อมที่เพื่อนร่วมทีมชุดนี้ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน

 

แม้ เมสซี่ย้ายไปพรีเมียร์ลีก  เขาก็ยังเป็น 1 ใน 5 นักเตะที่ดีที่สุดในโลก

ผลสำรวจจากแฟนฟุตบอลอังกฤษผ่านทางโพลของ สกายสปอร์ตส์ ทั้งหมด 14,027 โหวต 76 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า เมสซี่ ยังเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก

ลิโอเนล เมสซี่ เป็น 1 ใน 5 นักเตะของโลกที่ได้ยิงให้สโมสรได้เกิน 700 ประตูร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, แกร์ด มุลเลอร์, เฟเรนค์ ปุสกัส, เปเล่, โรมาริโอ และ โจเซฟ บิคัน ชาวเช็ค

ผลงานของเขาเห็นกันอยู่ตำตาในทุกปี ทุกฤดูกาล คงไม่มากไปถ้าบอกว่าทุกประตูที่ทำได้เป็นการยืนยันความสามารถ ซึ่งมาพร้อมบัลลงดอร์ 6 สมัย

ฤดูกาลล่าสุด เมสซี่ ยังเป็นเจ้าของรางวัลดาวซัลโว ซัด 25 ประตู จ่ายอีก 21 ครั้ง ยิงนิกกรอบ 9 ครั้ง โอกาสยิง 71 ครั้ง และสร้างโอกาสได้ 89 ครั้ง ทั้งหมดนั้น เป็นที่ 1 ใน ลา ลีกา ทั้งสิ้น แต่สถิติส่วนตัวก็ไม่ทำให้แข้งซูเปอร์สตาร์พอใจ

เพราะนี่คือ 1 ใน 2 ฤดูกาล ตลอด 16 ปีกับทีมชุดใหญ่ที่เขาจบลงแบบมือเปล่า ส่วนครั้งก่อนหน้านี้อยู่ในซีซั่น 2007/08 คงไม่ต้องถามว่าเขาสำคัญเพียงไหน

 

รางวัลดาวซัลโว แค่เอื้อม

ตลอดอาชีพ เมสซี่ ยิงให้สโมสรมาแล้ว 704 ประตู นับเฉพาะใน ลา ลีกา 444 ประตู 16 ฤดูกาลเฉ,ี่ยซีซั่นละ 27.75 ประตู

เทียบผลงานกับดาวซัลโวใน พรีเมียร์ลีก ตลอด 10 ฤดูกาลที่ผ่านมา มีเพียงฤดูกาล 2013/14 ครั้งเดียวเท่านั้นที่เมสซี่ ยิงได้น้อยกว่าดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก เขาซัด 28 ประตูหย่อนกว่า หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยังอยู่ ลิเวอร์พูล และอัดไป 31 ประตู

แม้มีคนบอกว่าทั้งสองลีกมีความแตกต่าง แต่อย่าปฏิเสธว่า ลา ลีกา ไม่แข็งแกร่ง เพราะเขาน่าจะเป็นหนึ่งในแข้งที่โดนแนวรับคู่แข่งรุมล้อมและพร้อมเล่นงานมากที่สุด

ที่น่าสนใจก็คือ ตลอดเวลา 10 ฤดูกาลล่าสุด เมสซี่ มีเจ็บบ้าง แต่ยืนหนึ่ง ลงสนามมากถึง 28,792 นาที หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยง่ายๆ ด้วยการเอาหาร 90 นาทีว่า 31 เกมในฐานะตัวจริง ขาดไปเพียง 7 เกมเท่านั้น และหากนับย้อนหลังไป 4 ฤดูกาล การยิงนอกกรอบ เมสซี่ ทำไว้ 35 ประตู ซึ่งนักเตะ พรีเมียร์ลีก ที่ใกล้เคียงมากที่สุดคือ เควิน เดอ บรอยน์ ทำได้ 15 ประตู

 

แท็คติก ความเร็ว การเลี้ยงเดี่ยว

ครั้งหนึ่ง เป๊ป เคยยอมรับว่าความสำเร็จของตนเองกับ บาร์เซโลน่า เกิดขึ้นได้เพราะมี เมสซี่

ความเร็วและการเลี้ยงเดี่ยวมาคู่กันเสมอ หลายต่อหลายคนมีความเร็วลดลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ เมสซี่ เทียบกับผู้เล่นใน พรีเมียร์ลีก 10 ฤดูกาลที่ผ่านมา แข้งอาร์เจนไตน์คนเดียวพยายามเลี้ยงผ่านคู่แข่ง 182 ครั้ง

ขณะที่ผู้เล่นในแดนผู้ดี ไม่มีใครนับรวมกันได้ถึง 100 ครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสามารถเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้ ทั้งหมด 48.3 ครั้ง ตลอด 10 ฤดูกาล เมื่อนำมาเฉลี่ยเวลา 90 นาที

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ลีโอเนล เมสซี่ จะเข้ากับ ระบบของ กวาร์ดิโอล่า มากแค่ไหน ในเมื่อเคยใช้งานกันมาแล้ว ก่อนหน้านี้ในฤดูกาล 2015/16 และ 2016/17 แมนฯ ซิตี้ มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลน้อยกว่า บาร์เซโลน่า แต่การมาของกุนซือสมองเพชรทำให้ “เรือใบ” มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ย 66.4 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าทีมดังแคว้นคาตาลันที่ทำได้ 60 เปอร์เซ็นต์ แะซีซั่นล่าสุด ทั้งคู่ใกล้เคียงกันมาก62.6 และ 63.2 เปอร์เซ็นต์

ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ เมสซี่ จะย้ายไปที่ไหนสักแห่ง โดยไม่ตัดตัวเลือกอื่นๆ อย่างอิตาลีหรือแม้กระทั่งกาตาร์และจีน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงแต่ความท้าทายจากนี้ และคำครหาว่า ถ้าแน่จริงย้ายประเทศ ย้ายทีมสักหน่อยดีไหม จะได้คู่ควรกับคำว่านักเตะที่ดีที่สุดในโลก อยู่ที่ไหนก็ได้ เดี๋ยวเราจะได้เห็นกัน


ติดตามอ่าน ข่าวบาร์ซ่า ล่าสุด ก่อนใคร อัปเดตใหม่ทุกสัปดาห์ที่นี่เท่านั้น และขอแนะนำเว็บแทงบอล ที่น่าสนใจ sbobet