ลา ลีกา มาตรฐานตกต่ำ จริงหรือไม่ อะไรคือสาเหตุ

ความพ่ายแพ้ของ บาร์เซโลน่า ต่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ด้วยผลสกอร์รวม 4-1 ในเกมแรก ครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อปี 2017 ตรงที่การกลับมาทำสกอร์ถล่มทลายพลิกเข้ารอบดูเป็นไปแทบไม่ได้ เมื่อหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ไม่มีหลุยส์ ซัวเรซ ไม่มี อันเดรส อีเนียสต้า และ เนย์มาร์ ไม่ได้อยู่ที่ ลาลีกา สเปน ขณะที่ เรอัล มาดริด ยังมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านเข้ารอบ แต่ยิ่งสูงยิ่งหนาว ไม่รู้ว่าจะไปได้ไกลเพียงไหน

สโมสรจากสเปนเป็นชาติแรกที่พาทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึง 5 ทีม คือทีมอันดับ 1-4 และ เซบีย่า แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่วันอันรุ่งเรืองหมดไปแล้ว เรอัล มาดริด ได้แชมป์ติดต่อกัน 3 สมัย แต่ในซีซั่นนี้จะไปได้ถึงไหน นอกจากทีมดัง มาตรฐานโดยรวมของทีมจากสเปนตกต่ำลง จริงหรือ

แอตเลติโก้ มาดริด เจอ เชลซี ซึ่งในตอนเริ่มต้นพวกเขามีภาษีดีกว่า แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ โดนทีมของ โทมัส ทูเคิ่ล เล่นงาน ยังพอมีโอกาสแก้ตัว ต้องติดตามกันต่อไป

ขณะที่ในถ้วยใบรอง ยูโรปา เรอัล โซเซียดาด หนึ่งในสโมสรแดนกระทิงดุที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุดร่วงตกรอบ พ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือ บียาร์เรอัล และกรานาด้า ที่เอาชนะ นาโปลี เพราะทีมดังจากอิตาลีอยู่ในช่วงขาลงสุดขีด

กลับมาดูที่ ลา ลีกา ผ่านไป 26 เกม แอตเลติโก้ มาดริด นำเป็นจ่าฝูง นำ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด 6 และ 8 คะแนนตามลำดับ หากยังจำได้ว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์เคยคำนวณความเป็นไปได้บอกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ลิเวอร์พูล จะจบอันดับ 4

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันนี้ก็คำนวณว่า “ตราหมี” จะเป็นแชมป์ในซีซั่นนี้ด้วยเหมือนกัน หลังจากแฟนๆ รอคอยมายาวนาน 7 ปีจากครั้งที่แล้ว คำถามก็คือ ลาลีกาสเปน มาตรฐานเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ย่ำแย่ลงจริงหรืออะไรทำให้เป็นเช่นนั้น

 

ทีม “เดอะ แบก” ใน ลาลีกา ถังแตก

ไม่มีใครปฏิเสธฝีมือของ ซีดาน ทั้งการบริหารนักเตะและการให้โอกาสดาวรุ่ง แต่ทีมร่ำรวยที่ไม่ซื้อทั้งที่ดูเหมือนต้องการอะไรบางอย่าง เกิดอะไรขึ้น การซื้อทุกปีจำเป็นหรือ

เป็นที่รู้กันดีว่า “เอล กลาสิโก้” คือเกมคลาสสิกน่าจับตามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และทั้งสองมักจะแข่งขันกันอยู่ตลอด มุมหนึ่งผู้คนอาจรู้สึกว่าน่าเบื่อที่บอลลีก 20 ทีมมีแชมป์หน้าเดิมๆ วนไปมา

นานๆ ครั้งจึงเจอทีมอื่นสอดแทรก และกลายเป็นตำนานเช่น เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า หรือ บาเลนเซีย ของ ราฟาเอล เบนิเตซ และเมื่อทั้งสองประสบปัญหา ลา ลีกา จึงไม่สนุกอย่างที่เคย

ฤดูร้อน 2020 ไม่มีการทุบสถิติโลกอีกต่อไป เมื่อทั่วโลกเจอโควิด-19 แฟนบอลหายไปจากสนาม เกมฟุตบอลมีแค่ผู้เล่น กรรมการ และทีมสตาฟฟ์ เงียบเหงา รายได้หดหาย ทุกทีมอยู่ในสภาพเดียวกันคือใช้เท่าที่มี สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า คือการร่อนคำขอถึงนักเตะให้ลดค่าเหนื่อยลง

ขณะที่ เรอัล มาดริด มีข่าวว่า อยากได้นักเตะใหม่ แต่จะรออย่างใจเย็นจนกว่าจะได้มาฟรี แม้หนทางการคว้าตัวแข้งที่กำลังมาแรงแบบไม่เสียสักยูโรนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้ และการทนใช้ตามที่มี ก็ตามสภาพที่เห็นว่าออกมาอย่างไร เหมือนตอนนี้ทุกคนกำลังอดทน

 

หมดยุค เมสซี่ – โรนัลโด้

เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่จะไม่มี เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อ บาร์เซโลน่า ตกรอบ และ ยูเวนตุส ไม่สามารถผ่าน เอฟซี ปอร์โต้ ไปได้

โรนัลโด้ จากไปก่อนแล้วเพื่อตามหาความท้าทายในดินแดนอื่น จนตอนนี้ “ราชันชุดขาว” ของ ซีเนอดีน ซีดาน ยังดูคล้ายทีมหลงทาง เนื่องจากคนที่ทุ่มเงินซื้อมาอย่าง แกเร็ธ เบล ก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก ย้ายกลับอังกฤษไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เอแด็น อาซาร์ ไม่เคยมีสภาพความฟิตที่ดี เล่นบ้างเจ็บบ้าง เหมือนโดน เชลซี ย้อมแมวขาย!

และต่อให้ โรนัลโด้ ยังอยู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยอะไรได้ เพราะก่อนเขาตัดสินใจย้าย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโดนโรเตชั่น เพราะโปรแกรมถี่ยิบ ในฐานะลูกทีมที่ดีเขาจึงยอมรับการตัดสินใจของเจ้านาย หรือว่าถ้าได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องกับทีมที่ยังยืนได้ด้วยตัวเก๋า เขาก็อาจเผชิญสภาพคล้ายๆ กับที่แบกรับอยู่ที่ ยูเวนตุส โดนวิจารณ์ว่าสิ้นสภาพ

สำหรับ เมสซี่ คงไม่ต้องพูดกันมาก ด้วยวัย 33 ปียังนำเป็นดาวซัลโว ลา ลีกา 19 ประตู เป็นความหวังของทีม สิ่งที่เขาไม่ได้แปลว่าเขาเก่งน้อยลง แค่สถิติต่างๆ ไม่สูงลิ่วเหมือนเดิม และผ่านช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพมาแล้ว

จากสถิติที่บอกว่าเขายิงงได้ถึง 1.57 ประตูต่อ 90 นาทีในปี 2012 ตอนนี้ลดลงครึ่งหนึ่งที่ 0.84 ประตูต่อเกม และสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป อาจเป็นด้วยแท็คติกที่ โรนัลด์ คูมัน อยากให้ส่งเสริมเพื่อนร่วมทีมคนอื่นอย่าง อองตวน กรีซมันน์ หรือ อุสมาน เดมเบเล่ มากกว่า แต่ที่สุดก็เป็นเขาที่ยังรับภาระเอาไว้อย่างหนักหน่วง

 

ลาลีกา ยังขาด ดาวรุ่งน่าจับตา

ข่าวลือบอกว่า ดอร์ทมุนด์ สามารถลดค่าตัว ฮาแลนด์ ลงได้ เริ่มต้นที่ ซัมเมอร์นี้ 70 ล้านยูโร (2,590 ล้านบาท) และอาจลดได้อีกในปี 2022 หากยังไม่มีใครซื้อ แต่มียักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุกำลังรอของฟรี เป็นไปได้หรือไม่

ถ้าให้เอ่ยชื่อว่าที่แข้งซูเปอร์สตาร์แห่งอนาคต โกลเด้นบอย หรือผู้เล่นในวัย 20 ต้นที่กำลังมาแรงคงไม่มีใครไม่คิดถึง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ซึ่งถ้าเป็นยุครุ่งเรืองป่านนี้พวกเขาสักคนอาจไป ลา ลีกา แล้ว แต่ตอนนี้ทั้งสองยังอยู่ดีกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

แต่ที่ ลา ลีกา นักเตะน่าจับตา อาจไม่ได้มาจาก เรอัล หรือ บาร์เซโลน่า ชื่อที่ได้ยินกันบ่อยมาตลอด 1-2 ปีนี้คือ เจา เฟลิกซ์ ค่าตัวแพงลิบ เป็นที่น่าสนใจว่าทำไมทีมประหยัดอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด จึงยอมจ่ายเงินก้อนนั้นกว่า 120 ล้านยูโร (4,440 ล้านบาท) แต่ผ่านสู่ฤดูกาลที่ 2 เขายังปรับตัวและอย่างที่รู้ว่า ซิเมโอเน่ ใจเย็นเป็นน้ำแข็ง

เมื่อ โรนัลโด้ อำลา มีกระแสมากมายว่าตอนนี้ เรอัล มาดริด มีของดีในมืออย่าง วินิชิอุส จูเนียร์ ย้ายมาด้วยวัยเพียง 18 ปี โอกาสที่ได้รับอาจยังเล็กน้อย แต่ยังเหลือเวลาให้เติบโตอีกมาก ผ่านมาแล้วเข้าสู่ฤดูกาลที่ 3 ที่เมืองหลวงของสเปน ซีซั่นนี้เขาลงเล่น ลา ลีกา 23 เกมเป็นตัวจริง 12 นัด ยิงได้ 3 ประตู

ส่วนดาวซัลโวสูงสุดของทีมคือ คาริม เบนเซม่า ขณะที่เพื่อนร่วมชาติบราซิลอย่าง โรดริโก้ ผ่านไปกว่าปียังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และนักเตะรุ่นน้องจากอคาเดมี่ก็ค่อยๆ ทยอยเปิดตัวมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีใครเปรี้ยงปร้าง เหมือนเว็บพนัน nova88

ตัดมายังแคว้นคาตาลัน โรนัลด์ คูมัน ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นเยาวชน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ๆ มากมายในทีมชุดนี้ ล่าสุดคือ อีไลซ์ โมริบา กองกลางตัวรับวัย 18 ปีที่มีข่าวลือว่าทีมในยุโรปให้ความสนใจ แต่ก็เหมือนคนอื่นๆ ที่ต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะ ส่วนคนที่อยู่มาก่อนอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ เมื่อเทียบกับค่าตัวถือว่ายังไม่คุ้ม

 

บัลลงดอร์ 2020

แม้ไม่ใช่ภาคบังคับที่ทีมแชมป์มักจะได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ยูฟ่า หรือ ฟีฟ่า แต่ก็น่าจะเดาได้ไม่ยากว่า ผู้เล่นที่โดดเด่นกวาดเรียบทุกรางวัลก็ควรจะได้ บัลลง ดอร์ ด้วย ใช่หรือไม่

เป็นเวลานับทศวรรษที่ชื่อของ เมสซี่ และ โรนัลโด้ วนเวียนไปมาในรางวัลลูกบอลทองคำ ส่วนรางวัลทีมยอดเยี่ยมระดับยุโรปก็เต็มไปด้วยผู้เล่น บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด จนถึงปี 2018 ที่รางวัลตกเป็นของ ลูก้า โมดริช

แต่ก็กลับมาเข้ามือ เมสซี่ ในปี 2019 แบบพอเข้าใจได้ แต่หากไม่เพราะงดแจกรางวัลเนื่องจากฤดูกาลไม่ต่อเนื่อง รางวัลนี้จะเป็นของใคร ใครที่คู่ควร

บัลลงดอร์ จะเป็นของผู้เล่นที่โดดเด่น ส่วนมากอยู่ในยุโรป ลีกระดับโลก ผลงานมาตรฐานสากล และไม่มีทีมไหนดีไปกว่า บาเยิร์น มิวนิค กับผลงานเทรเบิ้ลแชมป์ โดยรอบชิงชนะเลิศเอาชนะทีมของแรงอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยฟอร์มที่ดีและกองหน้าที่สะสมสถิติ รักษาฟอร์มมาตลอดอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

สิ่งที่ดาวยิงชาวโปแลนด์ได้ไปคือ ฟีฟ่า เดอะ เบสต์ ซึ่งแยกตัวไปแล้ว หลังจากโดนค่อนขอดว่าเป็นแค่รางวัลป็อปปูล่า โหวต แต่เชื่อว่าความเห็นคนส่วนใหญ่พ้องกันที่จะมอบมันให้กับเขา เพราะตลอดเวลาตั้งแต่แจ้งเกิดกับ ดอร์ทมุนด์ เขายังรักษาตัวอย่างดีเสมอ นั่นเท่ากับว่ารางวัลนี้ไม่ได้อยู่ที่สเปนอีกต่อไป

มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาโลก ย้อนไป 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อาจเป็นลีกที่ทรหด แข็งแกร่ง มากด้วยแท็คติก แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อความแข็งแกร่งและทีมชาติขาดมาตรฐาน และความยอดเยี่ยมของฟุตบอลสเปนก็เข้ามา พร้อมกับแชมป์โลก 2010 ที่จัดที่แอฟริกาใต้แต่อยู่ในมือสเปน

อีกไม่นานดาวดังอย่าง  ลีโอเนล เมสซี่ อาจจะย้าย แต่ไม่ได้แปลว่า ลา ลีกา ว่างเปล่า แค่ต้องตั้งตัวอีกครั้งหลังจากหากินกับ เมสซี่ และ โรนัลโด้ มานาน สโมสรก็ต้องปั้นนักเตะ และอยู่รอด จนกว่าจะถึงวันนั้น