sbobet
sbo
ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

เจาะลึกสาเหตุทำไมทีมใหญ่ จึงอยากเข้าร่วม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

นับตั้งแต่ประกาศโครงการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก มีกระแสมากมายเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลอย่างใหญ่โต แฟนบอลและบรรดาตัวแทนองค์กร สหพันธ์ สหภาพต่างๆ ล้วนพุ่งเป้าไปที่ 12 สโมสรผู้ก่อตั้ง 6 จาก พรีเมียร์ลีก และอีก 6 จาก ลา ลีกา, เซเรีย อา ทั้งหมดล้วนเป็นยักษ์ใหญ่จากแต่ละชาติที่ประสบความสำเร็จมากมาย

European Super League ไม่ใช่แนวคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นใน 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่มีกลิ่นว่าเจ้าของทีมทั้งหลายเริ่มเจรจากันมานานนับปี เมื่อพวกเขาต่างก็ต้องเผชิญสภาวะเดียวกันในการแข่งขันระดับยุโรป และในที่สุดก็วกวนกลับมาพบกันในรอบลึกๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมไม่จัดการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่มีแต่ทีมใหญ่?

แต่เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทำไมพวกเขาจึงพยายามหาหนทางใหม่หรือพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ระบบใหม่ ขณะที่ทุกคนพุ่งเป้าไปที่เรื่องธุรกิจ ความละโมบ หิวกระหาย ไม่พอใจกับแถลงการของสโมสรที่อาจไม่มีอะไรขับเคลื่อนทีมนอกจากเม็ดเงิน หากมองจากมุมของพวกเขา อาจมีอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่

 

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก คือ ธุรกิจฟุตบอล

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก คือ

บาร์เซโลน่า เป็นทีมใหญ่ระดับท็อป 3 ของโลกในรอบทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อผ่าระบบบัญชีจึงพบว่าพวกเขาแทบจะล้มเหลวในด้านบริหารการเงินอย่างสิ้นเชิง และมีรายจ่ายเป็นค่าจ้างนักเตะเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ในสภาวะเศรษฐกิจหดตัวทั่วโลกพวกเขาต้องหาทางรอด

การเติบโตของธุรกิจลูกหนังในปัจจุบันก้าวกระโดดขึ้นเรื่อยๆ ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นทุกปีหรือทุกครั้งที่มีการประมูล จนกระทั่งเกิดวิกฤตโควิด-19 รายได้หด ขาดสภาพคล่อง ฟองสบู่แตก ถึงตรงนี้จึงรู้ได้ว่า ที่จริงแล้วสถานะการเงินของทุกทีมไม่ได้ดีเหมือนกัน กระทั่งทีมใหญ่ที่ดูร่ำรวยก็ซุกซ่อนตัวเลขติดลบมหาศาล และบิ๊กทีม พรีเมียร์ลีก ยังโดนบังคับให้ระดมทุนช่วยทีมเล็กมูลค่า 250 ล้านปอนด์ (10,000 ล้านบาท) ด้วยเหตุผลว่าปีระมิดฟุตบอลจะไม่ล้มระเนระนาด เพราะยอดจะตั้งอยู่ไม่ได้หากไม่มีฐาน

ทุกทีมต่างดิ้นรนหาเงินเข้าทีม ว่ากันว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธาน เรอัล มาดริด พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสิทธิ์ค่าถ่ายทอดสดซึ่งตอนนี้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ส่วนแบ่งมากกว่าทีมอื่น ขณะที่ทีมขนาดกลางก็ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม แตกต่างจาก พรีเมียร์ลีก ที่ทั้ง 20 ทีมจะได้เงินก้อนเท่ากันทุกปี ทำให้ทีมระดับล่างดิ้นรนในการเลื่อนชั้นที่ไม่ได้มีแค่เกียรติยศ

เปเรซ ในฐานะประธานผู้ก่อตั้ง 12 สโมสร เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก จะเป็นมิติใหม่แห่งวงการฟุตบอล และจะไม่ทำให้ปีระมิดฟุตบอลล้มครืน แต่ใครจะเชื่อ เพราะเขาถือเป็นคนที่ใช้คนเปลืองสุดๆ ผิดกับลิตส์รายชื่อ นักเตะมาดริดจากพรีเมียร์ลีก สุดคุ้มค่าเงิน

แถลงการฉบับหนึ่งระบุว่า วิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อระบบการเงินของสโมสร ดังนั้นเพื่อรายได้จึงตัดสินใจเข้าร่วม ซูเปอร์ลีก ซึ่งทีมใหญ่ก็มีเหตุผลแบบทีมใหญ่ มีสตาร์ มีค่าใช้จ่าย และมีต้นทุนมาก อาจจะมากกว่าที่ทีมขนาดเล็กจะนึกได้

 

เกมการแข่งขัน

ฟุตบอลภายในประเทศเป็นสิ่งที่ทุกทีมจะไม่ละทิ้ง เพราะถ้าจะไปเล่นแค่ ซูเปอร์ลีก สโมสรจะมีความหมายใด พวกเขาเป็นทีมใหญ่เพราะมีทีมเล็กเกื้อหนุน ประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมาเริ่มต้นจากภายในประเทศ ต่อยอดไปยังระดับนานาชาติ ดังนั้นไม่ว่าฟุตบอลลีกหรือฟุตบอลถ้วยจึงยังสำคัญ แต่นอกเหนือจากนั้น…

คนส่วนมากไม่ได้มองว่าการขยับขยายเป็นปัญหา ทุกคนอยากชมเกมเพิ่ม และความอนุรักษ์นิยมนิดๆ แบบยุโรปกับความมั่นคงของ ยูฟ่า และระบบลีกต่างๆ ที่มีมานานทำให้การเกิดใหม่ของ 12 สโมสรที่รวมตัวกันไม่ได้รับการยอมรับ

ว่ากันตามตรง แฟนบอลก็อยากชมบิ๊กแมตช์มากกว่า การพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสโมสรจากโรมาเนียที่ชื่อไม่คุ้นเคยก็คงมีเพียงแฟนๆ “ปิศาจแดง” หรือนักข่าวเท่านั้นที่จะติดตามเกม ขณะที่ทีมดังฟอร์มแย่อย่าง อาร์เซน่อล ใช้ชื่อเสียงที่สะสมมาเจอกับทีมใหญ่ด้วยกันได้เลย เป็นอภิสิทธิ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความน่าอับอาย ในเมื่อผลงานในประเทศยังไม่ดีก็ไม่ควรมีสิทธิ์ไปเล่นถ้วยใหญ่ระดับยุโรป ซึงผิดกับ สโบเบ็ต ที่เปิดให้บริการทั่วโลก โดยเฉพาะโซนเอเชีย

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีโครงการที่จะขยับขยาย ทุกอย่างพัฒนาไปตามยุคสมัย อินเตอร์โตโต้คัพ และ คัพ วินเนอร์ส คัพ เปลี่ยนโฉมหน้ารวบรวมอยู่ใน ยูโรปา ลีก ขณะที่ ยูโรเปี้ยนคัพเดิม ซึ่งเคยมีเพียง 16 ทีมในอดีตกำลังจะเพิ่มจำนวนเป็น 36 ในรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2024/25 ไม่นับรอบคัดเลือกที่แต่ละทีมแย่งชิงกันสุดความสามารถ ซึ่งการเพิ่มจำนวนและปรับโฉมหมายถึงภาระที่เพิ่มขึ้นของทีมใหญ่ ต้องเดินทางไกล ต้องเจอกับทีมเล็กที่พวกเขามองว่าไม่จำเป็น แทนที่จะต้องเดินทางไปยูเครนหรืออาเซอร์ไบจาน กว่าจะถึงรอบน็อคเอาท์ ทำไมถึงไม่จัดรายการที่มีแต่ทีมดัง ทีมใหญ่ สงวนรายการใหญ่ไว้ให้ทีมที่คู่ควร ให้สมศักดิ์ศรีแชมป์

 

ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ที่โดนสโมสรเซ็นเซอร์ไปเรียบร้อยก็มีความเห็นขัดแย้งการก่อตั้ง European Super League แต่ก็ไม่พอใจกับการขยายทีมใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะเขาจะต้องมีภาระเพิ่มในการเดินทาง ปรับแท็คติก เตรียมทีม ความเห็นของเขาจึงเป็นการแสวงหาทางสายกลางที่ทุกคนอยู่รอด

สโมสรก็คิดแบบสโมสร แต่ ยูฟ่า ก็คิดแบบ ยูฟ่า ในเมื่อคนจำนวนมากอยากดูรายการใหญ่ และมีอีกหลายทีมที่อยากมีส่วนร่วม ทำไมไม่ให้เข้าร่วม ที่จริงแล้วการได้เห็นทีมเล็กฝ่าฟันเข้ามา เป็นม้ามืดก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ และในฐานะสหพันธ์ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ทำไมไม่ลงมือทำเสียเลย แม้การขยับขยายจะผ่านความเห็นหลายขั้นตอน ปรึกษาตัวแทนสโมสรจนถึงบอร์ดบริหารเห็นชอบ คนส่วนใหญ่เห็นดี แต่ก็อาจมีคนส่วนหนึ่งไม่พอใจแค่ไม่แสดงออก

เริ่มแรกทีมใหญ่ทั้งหลายก็พร้อมจะให้โอกาสทีมเล็กให้ได้โชว์ของ แต่เมื่อเวลาผ่านไปภาพเดิมๆ ก็วกวน รอบก่อนรองชนะเลิศเต็มไปด้วยทีมคุ้นหน้า มีผู้ท้าชิงใหม่ๆ บ้าง เช่น อาร์บี ไลป์ซิก แต่เมื่อไปสืบค้นกันดีๆ ฐานของทีมที่สร้างมาก็ลงทุนก้อนโต และตอนนี้พวกเขากำลังยกฐานะเป็นทีมยักษ์ใหญ่ เงินหนา ขาประจำ เหมือนสมาชิก sbobet

เมื่อ ซูเปอร์ลีก ขับเคลื่อนด้วยเงิน ยูฟ่า จึงไม่ลังเลที่จะแถลงว่า พวกเขาไม่ได้มีแค่ความคิดจะปรับการแข่งขัน แต่เตรียมเงินเอาไว้เพิ่มในส่วนแบ่ง ซึ่งก็ไม่แน่ใจนักว่าทีมใหญ่ที่คิดจะแยกตัวทั้งหลายจะได้อะไรมากกว่า

ว่ากันตามตรง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ต่างอะไรจากธุรกิจทุนผูกขาด จากความคิดเริ่มต้นว่าควรมีองค์กรที่เป็นคนกลางหรือศูนย์กลางมาดูแลให้สโมสรต่างๆ และคนในวงการเป็นปึกแผ่น เป็นอันหนึ่งอันเดียว หลายทศวรรษผ่านไปเมื่อทุกอย่างพัฒนาขึ้นมา เงินไหลเข้ามาพวกเขาก็ทำงานเพื่อเงินเช่นกัน การขยับขยาย ปรับปรุงก็เพื่อรายได้ ไม่ใช่แค่ความสนุกตื่นเต้น และบางทีประโยชน์สูงสุดอาจไม่ได้อยู่ที่แฟนบอล แต่อ้างว่าอยู่ที่แฟนบอล

ในฐานะทีมยักษ์ใหญ่ที่เบื่อหน่ายกับภาพฉายเดิมๆ พวกเขาจึงคิดปฏิวัติเพื่อรายได้เข้ากระเป๋าโดยตรง และมองจากมุมเจ้าของทีมที่ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ คนเหล่านั้นจึงมีมุมมองเปิดกว้างเรื่องคู่แข่งทางการตลาด จะมีสักแบรนด์หรือไม่ที่ลุกขึ้นมาท้าทาย ยูฟ่า เพียงแค่สิ่งที่ทำในครั้งนี้อาจยังใหม่เกินไป หรือมีข้อด้อยมากกว่าข้อดีจึงเกิดกระแสตีกลับมากกว่ากระแสตอบรับ


นี่ไม่ใช่การอวย ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก แต่เป็นการมองต่างมุมที่ยอมรับในโลกของธุรกิจ เมื่อฟุตบอลกำลังขับเคลื่อนด้วยเงิน สโมสรเหล่านี้จึงลุกขึ้นมาเพื่อบอกว่าพวกเขามีความคิดเป็นของตัวเอง และกล้าที่จะท้าทายไม่ว่ามันจะถูกหรือผิด หรือที่จริงแล้วทีมผู้ก่อตั้งทั้ง 12 อาจไม่มีสัญญาที่เป็นจริง เป็นเพียงกลยุทธที่จะกดดัน ยูฟ่า ให้รู้ว่า อาจมีสักวันที่พวกเขาจะรวมตัวกันทำในสิ่งที่องค์กรระดับโลกเกรงกลัวที่สุด ถึงวันนั้นพวกเขาอาจไม่มีความเกรงใจหลงเหลือ และพร้อมจะจัดตั้งซูเปอร์ลีก ที่ไปไกลกว่าแค่ในยุโรปก็เป็นได้

อัปเดต ทางเข้า sbobet ล่าสุด คลิกที่ลิงก์ได้เลย