sbobet
sbo
แผนรับมือ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

แผนรับมือ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ไม่ให้ ลีกในฝันเกิดขึ้น

แผนรับมือ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีจะได้รับการพูดถึงต่อไปอีกสักพักจนกว่าจะล่มสลายลงอย่างถาวร เนื่องจากสารตั้งต้น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ ยูเวนตุส ยังคงทำหน้าที่ของพวกเขาต่อไปอย่างแข็งขัน ด้วยความพยายามที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นวงกว้าง ที่ใครๆ เรียกว่าความละโมบจากเงินก้อนใหญ่หรืออะไรก็ตาม

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโฒสร เรอัล มาดริด ยืนยันว่าแผน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ยังไม่ล้มเลิก และใครที่ตัดสินใจถอนตัวจะต้องเจอค่าปรับมหาศาล เหมือนกับที่ sagame

กระแสที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนถึงทุกคนตั้งแต่แฟนตัวเล็กๆ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นคำถามว่า ถึงเวลาหรือยังหากพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าการแแข่งขันฟุตบอลแตกต่างไปจากเดิมมากกว่าแค่กีฬาสนุกสนานอย่างที่เคย แต่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทั้งคู่ค้าและคู่แข่ง เช่นนั้นหากไม่ต้องการเห็นภาพความแตกต่าง จะมีอะไรที่พอจะปรับปรุงหรือป้องกันไม่ให้ฟุตบอลเป็นไปอย่างที่ใครๆ ก็ไม่อยากเห็น

 

แผนรับมือ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ปรับปรุงการแข่งขันฟุตบอลยุโรป

ฤดูกาล 2024/25 แชมเปี้ยนส์ ลีก จะปรับเปลี่ยนรูปแบบที่ทำให้สโมสรเจอการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มถึง 10 นัด มากกว่าปัจจุบันที่แข่งกัน 6 นัด

ว่ากันในเชิงโครงสร้าง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปตั้งขึ้นเพื่อความมั่นคงของวงการลูกหนัง และเพื่อให้มีคนกลางคอยดูแลจัดการรวมถึงตัดสิน ตั้งกฎต่างๆ เพื่อความเป็นธรรม เท่าเทียมกันทุกฝ่าย เวลาผ่านไปหลายทศวรรษ หน้าที่ขององค์กรยังอยู่แต่ด้วยพลังอำนาจที่เพิ่มขึ้น สโมสรต่างๆ ต้องปฏิบัติตามโดยไม่สามารถปฏิเสธได้ เมื่อ ยูฟ่า คิดว่าพวกเขามีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ พวกเขาอาจเริ่มคิดผิด

แรกเริ่มในปี 1955 ยูโรเปี้ยน คัพ มีเพียง 16 ทีมจากแชมป์แต่ละประเทศและทีมรับเชิญ เวลาผ่านไป การแข่งขันเริ่มขยับขยายจากแชมป์เผื่อแผ่ไปถึงรองแชมป์ ยิ่งรายการได้รับความนิยมมากเท่าไร คนก็อยากดู อยากมีส่วนร่วม

ทางออกก็คือขยายการแข่งขัน ให้โอกาสทีมลำดับรองและทีมสโมสรจากชาติขนาดเล็ก แต่พวกเขาแค่ต้องผ่านรอบคัดเลือกเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หากไม่มีคะแนนค่าสัมประสิทธิ์

ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีค่าสัมประสิทธิ์สูงที่สุด ทีมในลีกระดับท็อป 4 ได้โควต้าเท่ากันที่ 4 ทีม ฝรั่งเศส 3 ทีม โดยวัดจากผลงานย้อนหลัง 5 ปี

ค่าสัมประสิทธิ์เป็นทั้งการกินบุญเก่าและอภิสิทธิ์ในเวลาเดียวกัน จะมีอะไร วิธีการไหนที่ทีมกลางๆ จะเข้าถึงหรือไต่ระดับได้ง่ายขึ้น จะมีขั้นตอนที่ยุติธรรมมากขึ้นอย่างไร การตั้งคำถามอาจง่ายกว่าการลงมือ แต่ถึงเวลาหรือยังที่การแข่งขันต้องมีอะไรมากกว่าแค่ต้อนรับทีมจำนวนมากขึ้น แต่อาจต้องการการปรับรูปแบบโดยที่มนตร์ขลังและความสำคัญยังไม่หายไป

 

เติมเชื้อไฟให้กับการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ

หากมองภาพกว้าง พรีเมียร์ลีก นับเป็นลีกระดับท็อปที่น่าตื่นเต้นที่สุดเปรียบเทียบกับ เซเรีย อา, ลีก เอิง, ลา ลีกา และ บุนเดสลีกา ที่เราจะเห็นแชมป์หน้าตาเดิมวกวนไปมา ด้วยจำนวนทีมใหญ่ที่พร้อมจะลุ้นแชมป์มากถึง 5-6 ทีม และยังมีเซอร์ไพรส์ อย่างในซีซั่น 2020/21 นี้ที่ เวสต์แฮม พร้อมจะท้าชิงพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ฟอร์มรูดกราวแค่จะกลับมาคว้าอันดับ 4 ยังเหนื่อย

 

เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า แย่งแชมป์กันมาตลอดในรอบทศวรรษล่าสุด มี แอตเลติโก้ มาดริด แทรกมา 1 สมัย ขณะที่ พรีเมียร์ลีก เปลี่ยนหน้าแชมป์ไปเรื่อยๆ มีแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ติดต่อกันรั้งเดียว และมีถึง 5 ทีมผลัดเปลี่ยนกันมาคว้าแชมป์

สิ่งที่ พรีเมียร์ลีก แตกต่างอย่างยิ่งคือสัดส่วนค่าลิขสิทธิ์ที่เท่ากันทั้ง 20 ทีม กระจายรายได้ถึงทีมเล็ก นี่เป็นสิ่งที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่สนใจ เพราะเขาเชื่อมั่นว่าทีมใหญ่ควรมีรายได้ที่ทีมใหญ่คู่ควร และเขาสามารถตอบแทนทีมเล็กด้วยการจ่ายเงินซื้อนักเตะสักคนที่หมายตาในราคาสูง เป็นความคิดที่น่าทึ่ง

เพราะขณะที่ เรอัล มาดริด มีรายได้สม่ำเสมอ แต่ทีมกลางและเล็กจะได้ก็ต่อเมื่อทีมใหญ่อยากแบ่งปัน ด้วยการแลกเอานักเตะดีๆ เข้ามา จึงไม่น่าแปลกที่ทีมเล็กจะนึกตำหนิอยู่ในใจ ส่วนทีมกลางก็ส่งเสียงออกมาเป็นคำถามว่า พวกเขาบกพร่องตรงไหน ทำไมจึงไม่มีสิทธิ์กลายร่างเป็นทีมใหญ่บ้าง

การสะสมผลงานและค่อยๆ สร้างประวัติศาสตร์หรือความมั่งคั่งอย่างที่บางทีมกำลังทำและก้าวขึ้นมาเป็นท็อป 6 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือเรียกคืนสถานะแบบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่ได้ด้อยค่า ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ตรงกันข้าม พรีเมียร์ลีก กลับน่าสนใจมากขึ้น หากวันหนึ่งทีมครึ่งตารางต่างมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์พอๆ กัน ถึงวันนั้นชนผู้ดีอาจไม่ยี่หระฟุตบอลยุโรป และเกมลูกหนังก็จะมีหน้าตาแตกต่าง ยูฟ่าต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้ european super league ชิงความได้เปรียบจากจุดนี้

 

แผนรับมือ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก ปรับโครงสร้างให้เข้มแข็ง

สนามเหย้าของทีมใน เซเรีย อา แทบทั้งหมดเป็นสนามประจำเมือง เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือสนามกีฬาประจำจังหวัดหรือประจำอำเภอ สโมสรไม่มีสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือเข้าไปลงทุนใดๆ ทุกสัปดาห์ในเกมลีก สโฒสรจะจ่ายค่าเช่าให้สภาเมือง

โครงสร้างในที่นี้ไม่ใช่ระบบลีกแต่งหมายถึงโครงสร้างพื้นฐานแบบ Infrastructure ทุกทีมควรมีสนามเป็นของตัวเอง เพื่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นและปัจจัยอื่นๆ ที่จะตามมา ยกตัวอย่าง ยูเวนตุส ที่ตอนนี้เป็นทีมเดียวที่มีสนามเป็นของตัวเอง

ต่างจากทีมอื่นที่ใช้สนามประจำเมือง อย่าเข้าใจว่า สตาดิโอ จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ใน มิลาน เป็นสิทธิ์ของ เอซี มิลาน หรือ อินเตอร์ เพราะทั้งสองล้วนใช้สนามประจำเมือง แต่ก็มีแพลนว่าจะสร้างสนามเป็นของตัวเองเมื่อได้เห็นตัวเลขรายรับจากค่าเข้าชมในแต่ละครั้ง

สนามเหย้าเป็นเรื่องของความพร้อมและภาพลักษณ์ ด้วยสภาพเศรษฐกิจตอนนี้โดยเฉพาะอิตาลีที่ดูเหมือนจะสาหัสจากวิกฤตโควิด-19 กว่าประเทศอื่นในยุโรป แต่พวกเขาอาจต้องหันกลับมามองการลงทุนระยะยาวเช่นนี้

ก่อนเรื่องอื่น ก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก อคาเดมี่ และลงทุนกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจต้องอาศัยความช่วยเหลือของสภาเมือง แทนที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะมาดึงดูดแฟนบอลอย่างที่ผ่านมา


อ่าน ข่าวฟุตบอล และ เรื่องราวที่นาสนใจแบบนี้ได้อีก ที่ lacremebux เท่านั้นนะครับ