sbobet
sbo

7 โมเมนต์สุดช็อกของ ทีมชาติอังกฤษในเวทีนานาชาติ

เป็นทีมที่มีกระแสเกี่ยวกับอาถรรพ์ในฟุตบอลโลกและ ยูโร มากที่สุดทีมหนึ่งสำหรับ ทีมชาติอังกฤษ ที่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์โลกได้เพียงแค่ครั้งเดียวทั้งๆที่พวกเขาถูกยกย่องให้เป็นมหาอำนาจลูกหนัง

อีกทั้งในตอนนี้ ยูโร 2020 (+1) ก็ระเบิดการฟาดแข้งกันไปเรียบร้อยแล้วดังนั้น สกู๊ปนี้เลยขอหยิบยก 6 โมเมนต์สุดช็อกของทัพ “สิงโตคำราม” มาให้ได้รับทราบกันว่าทำไมหลายๆคนถึงมองว่าเป็นอาถรรพ์

 

น้ำตาของ พอล แกสคอย นักเตะ ทีมชาติอังกฤษ (ฟุตบอลโลก 1990)

หนึ่งในนักเตะที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษอย่าง พอล แกสคอย กำลังเข้าสู่จุดพีกของตัวเองในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่บนผืนสนามหญ้า

แกสคอย ทำทัพ “สิงโตคำราม” ทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศเผชิญหน้ากับ เยอรมนี ตะวันตกในเวลา 120 นาทีทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องดวลจุดโทษและเป็นฝ่าย อังกฤษ ที่แพ้ไปเพราะ สจ็วต เพียซ กับ คริส แวดเดิ้ล ยิงไม่เข้า

หลังจากจบเกม แกสคอย ถึงกับหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาและ ฟุตบอลโลก ครั้งดังกล่าวคือหนแรกและหนเดียวของเขาในนามเพลย์เมคเกอร์แห่ง “สิงโตคำราม” (1994 อังกฤษไม่ผ่านคัดเลือก 1998 เกล็น ฮอดเดิ้ล ไม่เรียก)

อัปเดต ล่าสุด ทางเข้าสโบ ใน beer6789 รับประกัน ใช้งานได้จริงชัวร์

เซาธ์เกต ยิงจุดโทษไม่เข้า (ยูโร 1996)

ทีมชาติอังกฤษในช่วงเวลานั้นกำลังฮ็อตอย่างต่อเนื่อง พวกเขาทำผลงานได้ล้างอายที่ไม่สามารถเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 1994 ได้ชนิดที่แฟนๆมีลุ้นว่าน่าจะประสบความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติบ้าง

แต่แล้วก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อพวกเขาต้องโคจรมาเจอกับ เยอรมนี ในรอบรองชนะเลิศอีกครั้งและคราวนี้เกมการแข่งขันก็ต้องยืดยาวไปตัดสินกันที่จุดโทษเหมือนเดิมภายหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1

ฝั่งฟาก “อินทรีเหล็ก” ยิงเข้าหมดครบ 6 คนและคนที่ 6 ของ อังกฤษ อย่าง เซาธ์เกต นั้นดันทะลึ่งยิงไปติด อันเดรียส ค็อปเก้ พร้อมกับทำให้ “สิงโตคำราม” ตกรอบไปแบบเจ็บปวดอีกครั้ง

 

ทีมชาติอังกฤษ โดน มือพระเจ้าที่ขี้โกงสุดๆ (ฟุตบอลโลก 1986)

บางครั้งความไม่ยุติธรรมในโลกของฟุตบอลสมัยก่อนก็เกิดขึ้นแต่กลับได้รับการยกย่องแบบผิดๆซะอย่างนั้นซึ่งเชื่อว่าแฟนๆหรือนักเตะทีมชาติอังกฤษเองยังคงจำขึ้นในอยู่

ในศึกฟุตบอลโลก 1986 รอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นพวกเขาโคจรมาพบกับ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่มี ดีเอโก้ มาราโดน่า อดีตนักเตะ บาร์เซโลน่า ที่นำมาเป็นแม่ทัพใหญ่ซึ่งในเกมนี้นี่เองที่เกิดเหตุการณ์ ‘แฮนด์ ออฟ ก็อด’ หรือ มือแห่งพระเจ้าขึ้นทั้งๆที่มันไม่ถูกต้องทำให้ “ฟ้าขาว” ขึ้นนำ 1-0

อย่างไรก็ตามเหมือน มาราโดน่า จะรู้ตัวว่าโดนด่าแน่ๆเขาถึงร่ายเวทมนต์บนผืนสนามหญ้าให้ได้เห็นกันเต็มตาด้วยการเลี้ยงผ่านแข้งทีมชาติอังกฤษทั้ง ปีเตอร์ เบียดส์ลีย์, ปีเตอร์ รีด, เทอร์รี่ บุตเชอร์ และ เทอร์รี่ เฟนวิค ก่อนจะยิงผ่านมือ ปีเตอร์ ชิลตัน เข้าประตูไปและประตูนี้ก็ยังคงได้รับการยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้

ในช่วงท้ายเกม แกรี่ ลินีเกอร์ มายิงประตูตีตื้นได้ทำให้เกมนั้น อังกฤษ แพ้ อาร์เจนติน่า ไป 2-1 และลองคิดดูว่าหากไม่มีประตูแฮนด์บอลของ มาราโดน่า นั้น “สิงโตคำราม” อาจจะเสมอไปแล้วก็ได้

 

แลมพาร์ด ยิงเข้าไปเต็มๆแต่ผู้ตัดสินตามืดมัว (ฟุตบอลโลก 2010)

จะเรียกว่าซวยได้มั้ย ก็คงได้แหละสำหรับทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก คราวนี้เกิดขึ้นในปี 2010 และก็เป็นทีมเดิมอีกครั้งอย่าง เยอรมนี ที่ทำร้ายพวกเขา

เกมนี้เกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายในขณะที่ “อินทรีเหล็ก” นำอยู่ 2-1 แลมพาร์ด ก็ชิพบอลงามๆหน้ากรอบเขตโทษข้ามหัว มานูเอล นอยเออร์ กระเด้งคานข้ามเส้นประตูไปเรียบร้อย ข้ามไปเยอะมากๆแต่ถึงอย่างนั้นผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้นดันทะลึ่งไม่เห็นซะอย่างนั้น

อังกฤษ เลยอดได้ประตูตีเสมอแบบงงๆทั้งๆที่แฟนทั่วสนามเห็นกันหมดว่าบอลข้ามเส้นไปแล้วทำให้ท้ายที่สุด เยอรมนี ก็กระซวกไส้ “สิงโตคำราม” ไป 4-1 ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

 

จุดโทษอีกแล้ว ! (ยูโร 2004)

กลายเป็นของแสลงของ อังกฤษ ไปโดยปริยายกับการดวลจุดโทษตัดสินในเวทีระดับนานาชาติคราวนี้เกิดขึ้นในปี 2004 กับศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

พวกเขาพบกับ โปรตุเกส ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายและตลอด 120 นาทีก็สูสีแบบชนิดที่มันส์สะเด็ดเร้าอกเร้าใจโดย อังกฤษ ออกนำไปก่อนจาก ไมเคิ่ล โอเว่น ตั้งแต่นาทีที่ 5 และ เอลเดร์ ปอสตีก้า ตีเสมอได้นาทีที่ 83

ช่วงต่อเวลาพิเศษ โปรตุเกส ขึ้นนำบ้างจาก รุย คอสต้า นาทีที่ 110 และ แฟรงค์ แลมพาร์ด มาตีเสมอได้ในนาทีที่ 115 ทำให้สุดท้ายต้องดวลจุดโทษตัดสินและแน่นอนว่า “สิงโตคำราม” พลาดอีกแล้ว

ฝั่ง “ฝอยทอง” มีทาง รุย คอสต้า ที่ยิงไม่เข้าส่วน อังกฤษ มีทาง เดวิด เบ็คแฮม และ ดาริอุส วาสเซลล์ ที่พลาดทำให้พวกเขาจบเส้นทาง ยูโร 2004 แค่รอบ 8 ทีมเท่านั้น

 

ทีมชาติอังกฤษ แพ้ไอซ์แลนด์ร่วงยูโร 2016 !

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าใน ยูโร 2016 ทีมชาติอังกฤษจะต้องมาด่วนตกรอบไปด้วยฝีเท้าของทีมที่มีประชากรบางเบาอย่าง ไอซ์แลนด์ และมาจนถึงตอนนี้มันก็ยังคงกลายเป็นเหตุการณ์อันล้ำค่าของไอซ์แลนด์อยู่

อังกฤษในยุคสมัยของ รอย ฮอดจ์สัน เปิดประเดิมหัวในรอบแบ่งกลุ่มได้ไม่ดีนักเพราะพวกเขาผ่านเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 2 แต่ใครๆก็คิดว่าโชคดีเพราะ “สิงโตคำราม” โคจรมาพบกับไอซ์แลนด์นั่นแหล่ะ

แถมเปิดหัวประเดิมเกม เวย์น รูนีย์ ยังยิงจุดโทษขึ้นนำได้ก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจไอซ์แลนด์ทะลึ่งยิงแซงนำเป็น 2-1 เฉยเลยจาก รักนาร์ ซิกูร์รอสสัน น.6 และ โคลเบน ซิคธอร์สสัน น.18 และหลังจากนั้นสิงโตก็กลายเป็นไร้เขี้ยวเจาะแนวรับไอซ์แลนด์ไม่เข้าเลยตลอดช่วงเวลาที่เหลือ

สุดท้ายพวกเขาต้องร่วง ยูโร 2016 เพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

 

โดน ‘หมากรุก’ แซงแบบสุดช็อก (ฟุตบอลโลก 2018)

เพิ่งผ่านมาหมาดๆเลยก็ว่าได้กับกระแส ‘It’s Coming Home SBOBET‘ หรือมันกำลังจะกลับบ้าน (ถ้วยเวิลด์คัพ) เพราะ แกเร็ธ เซาธ์เกต ทำทีมได้เป็นอย่างดีในฟุตบอลโลกคราวนี้

และที่สำคัญยังสามารถปลดแอกชนะการดวลจุดโทษเหนือ โคลอมเบีย มาได้อีกต่างหากในรอบ 16 ทีมสุดท้ายทำให้ช่วงเวลานั้นแฟนๆเริ่มคิดว่าอาถรรพ์อาจจะสูญสิ้นไปแล้ว

มาถึงรอบรองชนะเลิศ อังกฤษ โคจรมาพบกับ โครเอเชีย ที่มาดีเหลือเกินทว่าพวกเขาก็ขึ้นนำไปก่อนจาก คีแรน ทริปเปียร์ ตั้งแต่นาทีที่ 5 แต่เล่นไปเล่นมา “ตราหมากรุก” ก็ได้ประตูตีเสมอจาก อีวาน เปริซิช นาทีที่ 68 และเสมอด้วยสกอร์ 1-1 ในเวลา 90 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษ “สิงโตคำราม” เร่งยังไงก็ไม่ขึ้นและกลายเป็น มาริโอ มานด์ซูคิช ที่เป็นฮีโร่ของ โครเอเชีย ยิงเอาชนะ อังกฤษ ไปได้ในนาทีที่ 109 ดับฝันการเข้าชิงชนะเลิศไปแบบสุดช็อก


ข่าวดีสำหรับใครที่ชื่นชอบติดตาม ข่าวบอล อัปเดตสดใหม่ ทุกสัปดาห์ ในตอนนี้คุณสามารถ เช็คเรื่องราวในวงการลูกหนังที่น่าสนใจ ผ่านเว็บ sbobet asia ได้แล้ววันนี้